รู้หรือไม่ สมัยอยุธยา ก็เคยมีนักรบ 300 จะเข้ามายึดเมืองเหมือนในหนัง

พงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับวัน วลิต ได้เล่าเอาไว้ว่า ออกญาพิษณุโลก หรือพระมหาธรรมราชาเป็นคนนำความนี้ไปบอกกับพระเจ้าแผ่นดินแห่งพะโคหรือหงสาวดี โดยอ้างว่า ช้างบางเชือกจับได้ที่ชายแดนเมืองพะโค พระเจ้าแผ่นดินแห่งพะโค จึงทรงสิทธิ์ที่จะเรียกช้างเผือกคืน หากพระเทียรราชาแห่งกรุงศรีอยุธยาปฏิเสธ ก็ย่อมเป็นเหตุในการประกาศสงคราม

โดยหนึ่งในกองกำลังที่เข้าช่วยสนับสนุนกรุงศรีอยุธยาในคราวนี้ก็คือ กองทัพจากปัตตานี ซึ่งวัน วลิต ได้เล่าเหตุการณ์ในช่วงนี้เอาไว้ว่า

“เมื่อทรงตระหนักว่าจะต้องทำสงครามแน่แล้ว พระองค์ทรงคร่ำครวญด้วยความขมขื่นถึงโชคร้ายของพระองค์ โดยเฉพาะในเมื่อพระองค์ทรงพระประสงค์จะสละราชสมบัติออกผนวชและปฏิบัติหน้าที่ทางศาสนามาหลายปีแล้ว และเมื่อพระองค์ทรงเห็นว่าไม่สามารถจะออกผนวชได้ก็ทรงเตรียมการรบ ทรงมีกระแสรับสั่งให้ปัตตานีส่งกองทัพใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเกณฑ์ได้มาช่วย ชั่วเวลาไม่นานนักพระเจ้าแผ่นดินแห่งปัตตานีก็ปรากฏพระองค์ในกรุงศรีอยุธยา พร้อมทั้งกองทัพที่มีทหารอยู่ในวัยหนุ่มแน่น

แต่การณ์กลับไม่เป็นไปดังหวัง เมื่อกลุ่มทหารจากปัตตานีเห็นโอกาสที่บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย จึงหวังใช้กำลังเข้ายึดอำนาจ

“ในเวลานั้นเองพระเจ้าแผ่นดินสยามก็ประชวรกระเสาะกระแสะ และไม่มีความหวังเลยว่าพระองค์จะทรงหายเป็นปกติ ข่าวลือก็ระบาดไปทั่วว่าเมื่อพระเจ้าแผ่นดินสิ้นพระชนม์ลง พระราชโอรสที่ไม่สามารถก็จะขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินแทน เมื่อเห็นสถานการณ์เหมาะเช่นนี้ทหารปัตตานี ๓๐๐ คนจึงฉวยโอกาส (มีพระเจ้าแผ่นดินรวมอยู่ด้วย) เข้าไปที่พระราชวัง ตั้งใจจะบุกเข้าไปและฆ่าพระเจ้าแผ่นดินและพระราชโอรสเสีย เพื่อจะช่วยให้ชาวปัตตานีได้ครองตำแหน่งสูงสุดในแผ่นดินสยาม”

อย่างไรก็ดี ความพยายามของกลุ่มอำนาจจากปัตตานีต้องประสบความล้มเหลว และถูกฆ่าทิ้งทั้งหมด ทั้งนี้จากการกล่าวอ้างของวัน วลิต ความว่า “คณะขุนนางเห็นพวกปัตตานีที่โหดร้ายใกล้เข้ามาจึงปิดประตูวัง และยืนหยัดสู้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งส่งพวกแขนลาย (braspintados ทาสของพระเจ้าแผ่นดิน) ออกไปทางหลังวังและฆ่าพวกปัตตานีในกรุงศรีอยุธยาไม่เหลือแม้แต่คนเดียว”

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_10497

ความคิดเห็น