เรื่องเจ้าอนุวงศ์กลายเป็นประเด็นระหว่างคนไทยและลาวมานาน ในภาคอีสานสมัยก่อนก็มีความขัดกันระหว่างคนลาวที่อพยบมาอยู่ และบางส่วนก็ถูกกวาดต้อนมา ที่บางส่วนก็ยังรักเจ้าอนุวงศ์ แต่บางส่วนก็ฝักใฝ่สยาม
สงครามครั้งนี้ถูกเรียกชื่อแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละฝ่าย สมเด็จพระเจ้าอนุวงศ์ถูกฝ่ายลาวใช้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อปลดแอกจากการปกครองของไทย จึงเรียกชื่อเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าเป็น สงครามกู้เอกราช ทั้งยังยกย่องให้เจ้าอนุวงศ์เป็นวีรบุรุษของชาติมาตลอด ไม่ว่าจะในสมัยยุคการปกครองรูปแบบพระราชอาณาจักรลาวหรือยุคสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวก็ตาม
เอกสารทางประวัติศาสตร์ฝ่ายลาว พระองค์ได้รับการกล่าวขวัญในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้พยายามปลดแอกชนชาติลาวสู่เอกราช อีกทั้งทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภกที่สำคัญ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมทางการปกครอง ทรงเป็นพระหน่อพุทธเจ้าผู้เปี่ยมด้วยพระราชอำนาจและพระราชบารมี
ในทางตรงกันข้าม ฝ่ายไทยมองการบุกรุกของสมเด็จพระเจ้าอนุวงศ์ว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของอาณาจักรไทย จึงเรียกชื่อเหตุการณ์นี้ว่า กบฏเจ้าอนุวงศ์ ในเอกสารทางประวัติศาสตร์ฝ่ายสยามนั้น พระองค์ได้รับการกล่าวขวัญถึงในฐานะพระเจ้าแผ่นดินประเทศราชผู้ก่อการขบถต่อแผ่นดิน
เจ้าอนุวงศ์ทรงมีพระราชประสงค์แน่ชัดที่จะมาทำลายเมืองบางกอกหรือกรุงเทพมหานคร เพื่อยึดเป็นเมืองขึ้น โดยหากไม่สามารถยึดได้หมด ก็จะเผาทำลายกรุงเทพมหานครเสีย และยึดเพียงบางส่วนที่สามารถปกครองได้
เหตุการณ์นี้จึงมองได้ว่ามิใช่การทั้งการกอบกู้เอกราชและการกบฏ แต่เป็น
สงครามช่วงชิงอำนาจตามปกติเหมือนประเทศต่างๆ ในยุคนั้นช่วงชิงอำนาจกัน หากสมเด็จพระเจ้าอนุวงศ์ต้องการกอบกู้เอกราชเพียงแต่ตั้งแข็งเมืองก็เพียงพอแล้ว
ราวปี พ.ศ. ๒๕๕๔ (ค.ศ. ๒๐๑๑) ในจังหวัดนครพนมของประเทศไทยซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนไทย-ลาว ได้เคยเกิดเหตุการแจกใบปลิวปริศนา ต้นฉบับพิมพ์เป็นภาษาลาวระบุข่าวเกี่ยวกับเหตุน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ว่ามีความสัมพันธ์กับสงครามเจ้าอนุวงศ์และการผิดคำสาบานต่อพระแก้วมรกตของศักดินาสยามในอดีต
ใบปลิวนี้ได้ถูกแจกจ่ายแพร่สะพัดในตลาดโต้รุ่ง ร้านคาเฟ่อินเทอร์เน็ต และยังมีการแปลข้อความในใบปลิวจากภาษาลาวเป็นภาษาไทยด้วย เนื้อความในใบปลิวนั้นกล่าวว่า ภายหลังสมเด็จพระเจ้าอนุวงศ์ได้เสียชัยให้กับสยามแล้ว ศักดินาสยามก็พยายามจะเอาพระแก้วมรกตไปสถิตไว้อยู่ประเทศไทย
พวกเขาได้ใช้ความพยายามหลายวิธี แต่ไม่สามารถยกพระแก้วมรกตขึ้นได้ ฉะนั้น ศักดินาสยามจึงให้หมอดูลาว ๕ คน เพื่อไปอ้อนวอนช่วย โดยมีเหตุผลอ้างอิงว่า ปัจจุบันนั้นเมืองลาวเกิดความวุ่นวายไม่สงบ
ฉะนั้น จึงขออัญเชิญพระแก้วมรกตนี้ย้ายไปสถิตที่กรุงเทพฯ ถ้าหากว่าวันใดเมืองลาวมีความสงบ จะอัญเชิญพระแก้วมรกตไปสถิตสถานไว้ที่เมืองลาวเหมือนเดิม ข้อความยังระบุต่อไปว่า เพื่อเป็นการยืนยันศักดิ์ศรีของศักดินาสยามในเวลานั้น พวกเขาได้สาบานไว้ว่า ถ้าหากประเทศไทยไม่ปฏิบัติตามคำสาบานดังกล่าวนี้ ขอให้มีมหันตภัย ๕ อย่างเกิดขึ้นแก่ประเทศไทยดังนี้
1.นาคาสะดุ้งตื่น ขอให้น้ำท่วมบ้านท่วมเมือง
2.ขอให้ประเทศไทยไม่มีความสงบ เจริญรุ่งเรือง การเมืองให้มีความสับสนวุ่นวาย
3.อาณาจักรเดียวขอให้แบ่งเป็นหลายชาติ ความเป็นเอกราชขอให้พังทลาย
4.ราชบัลลังก์ขอให้ถูกโค่นล้ม
5.ดินส่วนหนึ่งขอให้จมลงทะเล...
เมื่อศักดินาสยามได้ยืนยันคำสาบานดังกล่าวแล้ว หมอดูลาวทั้ง ๕ คนจึงพร้อมกันอัญเชิญพระแก้วมรกตตามจุดประสงค์ของไทย จากนั้นศักดินาสยามจึงสามารถยกเอาพระแก้วมรกตของลาวไปประดิษฐานอยู่ที่กรุงเทพฯ จนถึงปัจจุบันนี้
นอกจากนี้ ในท้ายข้อความของใบปลิวยังอ้างว่า หนังสือฉบับนี้เอามาจากหอสมุดของแขวงหลวงพระบาง ต้นฉบับเป็นภาษาลาว ลงวันที่ ๑๒/๒/๒๐๑๐ ผู้สื่อได้ข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวลือสะพัดต่อเนื่องว่า มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ของไทย อาจเกี่ยวข้องกับคำสาปหรือคำสาบานของไทยและลาว จนกระทั่งมีผู้นำใบปลิวจากฝั่งลาวมาเผยแพร่ ผู้นำใบปลิวมาเผยแพร่ยังระบุอีกว่า ชาวลาวมีใบปลิวข้อความเนื้อหาข้างต้นแทบทุกครัว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรยืนยันที่อ้างว่ามีบันทึกอยู่ในหอสมุดแห่งชาติลาว และยังไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากใบปลิวนี้แต่ประการใด
แต่ถ้าดูเนื้อหาของคำสาปแช่งนี้จริง ๆ น่าจะเป็นของปลอม!! เพราะพระแก้วมรกตนั้นมาอยู่สยามตั้งแต่สมัยพระเจ้าตาก เมืองธนบุรี และหลังจากย้ายเมืองหลวงไปฝั่งพระนคร พระแก้วก็ได้มาอยู่กรุงเทพสมัยรัชกาลที่ 1 ส่วนสงครามเจ้าอนุวงศ์เกิดในสมัยรัชกาลที่ 3
ในใบปลิวยังใช้คำว่าประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่ช่วงนั้นยังเป็นสมัยอาณาจักรสยามอยู่เลย ฟังธงได้เลยว่า คำสาปพระแก้ว 5 ข้อ คือของปลอม!!!
สงครามครั้งนี้ถูกเรียกชื่อแตกต่างกันไป โดยขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละฝ่าย สมเด็จพระเจ้าอนุวงศ์ถูกฝ่ายลาวใช้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อปลดแอกจากการปกครองของไทย จึงเรียกชื่อเหตุการณ์ครั้งนี้ว่าเป็น สงครามกู้เอกราช ทั้งยังยกย่องให้เจ้าอนุวงศ์เป็นวีรบุรุษของชาติมาตลอด ไม่ว่าจะในสมัยยุคการปกครองรูปแบบพระราชอาณาจักรลาวหรือยุคสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวก็ตาม
เอกสารทางประวัติศาสตร์ฝ่ายลาว พระองค์ได้รับการกล่าวขวัญในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้พยายามปลดแอกชนชาติลาวสู่เอกราช อีกทั้งทรงเป็นองค์ศาสนูปถัมภกที่สำคัญ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมทางการปกครอง ทรงเป็นพระหน่อพุทธเจ้าผู้เปี่ยมด้วยพระราชอำนาจและพระราชบารมี
ในทางตรงกันข้าม ฝ่ายไทยมองการบุกรุกของสมเด็จพระเจ้าอนุวงศ์ว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของอาณาจักรไทย จึงเรียกชื่อเหตุการณ์นี้ว่า กบฏเจ้าอนุวงศ์ ในเอกสารทางประวัติศาสตร์ฝ่ายสยามนั้น พระองค์ได้รับการกล่าวขวัญถึงในฐานะพระเจ้าแผ่นดินประเทศราชผู้ก่อการขบถต่อแผ่นดิน
เจ้าอนุวงศ์ทรงมีพระราชประสงค์แน่ชัดที่จะมาทำลายเมืองบางกอกหรือกรุงเทพมหานคร เพื่อยึดเป็นเมืองขึ้น โดยหากไม่สามารถยึดได้หมด ก็จะเผาทำลายกรุงเทพมหานครเสีย และยึดเพียงบางส่วนที่สามารถปกครองได้
เหตุการณ์นี้จึงมองได้ว่ามิใช่การทั้งการกอบกู้เอกราชและการกบฏ แต่เป็น
สงครามช่วงชิงอำนาจตามปกติเหมือนประเทศต่างๆ ในยุคนั้นช่วงชิงอำนาจกัน หากสมเด็จพระเจ้าอนุวงศ์ต้องการกอบกู้เอกราชเพียงแต่ตั้งแข็งเมืองก็เพียงพอแล้ว
ราวปี พ.ศ. ๒๕๕๔ (ค.ศ. ๒๐๑๑) ในจังหวัดนครพนมของประเทศไทยซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนไทย-ลาว ได้เคยเกิดเหตุการแจกใบปลิวปริศนา ต้นฉบับพิมพ์เป็นภาษาลาวระบุข่าวเกี่ยวกับเหตุน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร ว่ามีความสัมพันธ์กับสงครามเจ้าอนุวงศ์และการผิดคำสาบานต่อพระแก้วมรกตของศักดินาสยามในอดีต
ใบปลิวนี้ได้ถูกแจกจ่ายแพร่สะพัดในตลาดโต้รุ่ง ร้านคาเฟ่อินเทอร์เน็ต และยังมีการแปลข้อความในใบปลิวจากภาษาลาวเป็นภาษาไทยด้วย เนื้อความในใบปลิวนั้นกล่าวว่า ภายหลังสมเด็จพระเจ้าอนุวงศ์ได้เสียชัยให้กับสยามแล้ว ศักดินาสยามก็พยายามจะเอาพระแก้วมรกตไปสถิตไว้อยู่ประเทศไทย
พวกเขาได้ใช้ความพยายามหลายวิธี แต่ไม่สามารถยกพระแก้วมรกตขึ้นได้ ฉะนั้น ศักดินาสยามจึงให้หมอดูลาว ๕ คน เพื่อไปอ้อนวอนช่วย โดยมีเหตุผลอ้างอิงว่า ปัจจุบันนั้นเมืองลาวเกิดความวุ่นวายไม่สงบ
ฉะนั้น จึงขออัญเชิญพระแก้วมรกตนี้ย้ายไปสถิตที่กรุงเทพฯ ถ้าหากว่าวันใดเมืองลาวมีความสงบ จะอัญเชิญพระแก้วมรกตไปสถิตสถานไว้ที่เมืองลาวเหมือนเดิม ข้อความยังระบุต่อไปว่า เพื่อเป็นการยืนยันศักดิ์ศรีของศักดินาสยามในเวลานั้น พวกเขาได้สาบานไว้ว่า ถ้าหากประเทศไทยไม่ปฏิบัติตามคำสาบานดังกล่าวนี้ ขอให้มีมหันตภัย ๕ อย่างเกิดขึ้นแก่ประเทศไทยดังนี้
1.นาคาสะดุ้งตื่น ขอให้น้ำท่วมบ้านท่วมเมือง
2.ขอให้ประเทศไทยไม่มีความสงบ เจริญรุ่งเรือง การเมืองให้มีความสับสนวุ่นวาย
3.อาณาจักรเดียวขอให้แบ่งเป็นหลายชาติ ความเป็นเอกราชขอให้พังทลาย
4.ราชบัลลังก์ขอให้ถูกโค่นล้ม
5.ดินส่วนหนึ่งขอให้จมลงทะเล...
เมื่อศักดินาสยามได้ยืนยันคำสาบานดังกล่าวแล้ว หมอดูลาวทั้ง ๕ คนจึงพร้อมกันอัญเชิญพระแก้วมรกตตามจุดประสงค์ของไทย จากนั้นศักดินาสยามจึงสามารถยกเอาพระแก้วมรกตของลาวไปประดิษฐานอยู่ที่กรุงเทพฯ จนถึงปัจจุบันนี้
นอกจากนี้ ในท้ายข้อความของใบปลิวยังอ้างว่า หนังสือฉบับนี้เอามาจากหอสมุดของแขวงหลวงพระบาง ต้นฉบับเป็นภาษาลาว ลงวันที่ ๑๒/๒/๒๐๑๐ ผู้สื่อได้ข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวลือสะพัดต่อเนื่องว่า มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ของไทย อาจเกี่ยวข้องกับคำสาปหรือคำสาบานของไทยและลาว จนกระทั่งมีผู้นำใบปลิวจากฝั่งลาวมาเผยแพร่ ผู้นำใบปลิวมาเผยแพร่ยังระบุอีกว่า ชาวลาวมีใบปลิวข้อความเนื้อหาข้างต้นแทบทุกครัว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรยืนยันที่อ้างว่ามีบันทึกอยู่ในหอสมุดแห่งชาติลาว และยังไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากใบปลิวนี้แต่ประการใด
แต่ถ้าดูเนื้อหาของคำสาปแช่งนี้จริง ๆ น่าจะเป็นของปลอม!! เพราะพระแก้วมรกตนั้นมาอยู่สยามตั้งแต่สมัยพระเจ้าตาก เมืองธนบุรี และหลังจากย้ายเมืองหลวงไปฝั่งพระนคร พระแก้วก็ได้มาอยู่กรุงเทพสมัยรัชกาลที่ 1 ส่วนสงครามเจ้าอนุวงศ์เกิดในสมัยรัชกาลที่ 3
ในใบปลิวยังใช้คำว่าประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่ช่วงนั้นยังเป็นสมัยอาณาจักรสยามอยู่เลย ฟังธงได้เลยว่า คำสาปพระแก้ว 5 ข้อ คือของปลอม!!!

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น